รู้ทันดอกเบี้ยบัตรเครดิต คิดให้ดีก่อนรูด

การใช้จ่ายในแต่ละวันของแต่ละคนย่อมมีความแตกต่าง บ้างก็ใช้จ่ายแต่ละวันไม่เท่ากัน หรือบางท่านวางแผนการใช้จ่ายเงินอย่างเป็นระบบท่านอาจตั้งวงเงินในการใช้จ่ายแต่ละวันให้เท่าๆกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังวางแผนการใช้เงินของตนเองได้ไม่ดีนัก รวมไปถึงผู้ที่เพิ่งมีบัตรเครดิตเพื่อใช้จ่ายในยามฉุกเฉินก็ตาม แต่ท่านทั้งหลายนั้นคิดว่าท่านทราบถึงอัตราดอกเบี้ยหรือการชำระบัตรเครดิตในแต่ละเดือนมากเพียงใด ซึ่งแท้จริงแล้วท่านควรจะรู้ทันดอกเบี้ยบัตรเครดิต คิดให้ดีก่อนรูด ก่อนที่ท่านจะสมัครบัตรเครดิตใดๆก็ตาม การสมัครบัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นของธนาคารใดๆก็ตาม โดยมากจะมีหลักเกณฑ์ในการสมัครที่ไม่ต่างกันมากนัก และท่านสามารถใช้เวลาในการสมัครเพียงไม่นาน และเมื่อได้รับการอนุมัติแล้วท่านก็สามารถใช้งานบัตรเครดิตนั้นได้อย่างง่ายดาย แต่ก่อนที่ท่านจะใช้บัตรเครดิตในการซื้อสิ่งของหรือผ่อนสินค้าใดๆก็ตามท่านจะต้องรู้ทันดอกเบี้ยบัตรเครดิต คิดให้ดีก่อนรูดเสียก่อน เพราะสิ่งแรกเลยก็คือท่านจะต้องทราบก่อนว่าอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตที่ท่านถืออยู่นั้นคิดอย่างไร และกำหนดการจ่ายแต่ละครั้งมีอัตราเท่าไหร่ เพราะหากท่านละเลยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการชำระบัตรเครดิตเลย ท่านก็จะต้องชำระหนี้บัตรเป็นระยะเวลานานโดยส่วนที่จ่ายไปนั้น อาจจะเป็นจำนวนดอกเบี้ยมากกว่าจำนวนเงินที่ท่านใช้จ่ายอีกด้วย แต่ถึงอย่างไรการที่ท่านจะบัตรเครดิต ติดตัวไว้สักหนึ่งใบก็ไม่ใช้เรื่องที่ผิดอะไร เพราะในบางครั้งเราทุกคนย่อมมีความจำเป็นในการใช้จ่าย โดยในบางครั้งการใช้จ่ายเหล่านั้นก็อาจเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้เช่นกันว่ามันจะเกิดขึ้น แต่สำหรับท่านที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ท่านอาจจะต้องมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเป็นพิเศษ ยิ่งเมื่อท่านจะต้องใช้จ่ายจากบัตรเครดิตด้วย ท่านยิ่งควรจะต้องคิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน เพราะนั้นคือการที่ท่านจะเอาเงินในอนาคตมาใช้โดยที่อาจจะไม่มีความจำเป็นมากเท่าใด และแน่นอนว่าเมื่อท่านไม่เคยรู้ทันดอกเบี้ยบัตรเครดิต คิดให้ดีก่อนรูดซื้อสินค้าต่างๆ ท่านอาจจะต้องลำบากในภายภาคหน้าก็เป็นได้ ดังนั้นแล้วการที่เราจะใช้บัตรเครดิตในครั้งใดเราควรศึกษาและหาข้อมูลจนรู้ทันดอกเบี้ยบัตรเครดิต คิดให้ดีก่อนรูดในแต่ละครั้ง เพื่อที่ท่านจะได้ไม่เสียใจในภายหลัง และท่านก็จะมีความสุขกับการใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตในแต่ละครั้งอีกด้วย ที่สำคัญท่านจะต้องตัดความต้องการที่ไม่จำเป็นออก และรู้จักการใช้จ่ายอย่างพอเพียง

person bft-user25access_time 17/11/2015launch Read More

บัตรกดเงินสด ใช้เป็น-ไม่แพง

ปัญหาเรื่องการเงิน การจับจ่ายที่ไม่คล่องมือคงเป็นปัญหาที่น่าหนักใจของทุกคน ยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจที่ค่อยจะราบรื่น เงินรายได้ก็แทบจะไม่พอก็คงไม่ต้องพูดถึงเงินออมเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเลย แต่ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินต้องใช้เงินขึ้นมาหลายคนก็เลือกที่จะใช้ บัตรกดเงินสด ในการแก้ปัญหาซึ่งก็ช่วยได้จริงๆ แต่ในบางกรณีเจ้ากรรมบัตรกดเงินสดกลับดันไม่ช่วยแก้ปัญหาให้กับบางคนแถมยังตอกย้ำปัญหาให้หนักขึ้นด้วย นั่นคือต้องมาจ่ายดอกเบี้ยที่แพง จนแก้ปัญหาหนี้สินไม่หมดสักที ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ? ที่บัตรกดเงินสด ก่อปัญหาให้กับบางคนนั้นก็เพราะว่า ใช้ไม่ถูกวิธี เรียกง่ายๆว่าใช้ไม่เป็นนั่นเอง และทำอย่างไรถึงจะใช้เป็น ? วันนี้เราจะแนะนำให้ การจะใช้บัตรกดเงินสดให้ถูกวิธีเราต้องปฏิบัติดังนี้ 1.เรียนรู้ข้อจำกัดของบัตรกดเงินสด ทุกสิ่งมี 2 ด้านเสมอ เราอย่างมองแต่ด้านดีอย่างเดียว อย่างที่ทราบกันดีว่าอัตราดอกเบี้ยในการผ่อนชำระของบัตรกดเงินสดนั้นสูง เริ่มต้นที่ 20 % ต่อปี และสูงสุดไม่เกิน 28 % ต่อปี ซึ่งนับว่าสูงมากทีเดียว ดังนั้นเมื่อเรารู้ว่าดอกเบี้ยสูงเราควรวางแผนการใช้ในระยะสั้นเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นหลักในระยะยาว ซึ่งการวางแผนการใช้ระยะสั้นนั้นก็คือการวางแผนผ่อนชำระเงินคืนด้วยอัตราปกติไม่ใช่อัตราขั้นต่ำ ซึ่งแน่นอนเราจะต้องจ่ายคืนในแต่ละเดือนด้วยจำนวนเงินที่สูงขึ้นแต่ก็จะช่วยทำให้หนี้หมดเร็ว 2.พิจารณารายได้ของตนเอง แน่นอนว่าตอนสมัครบัตรกดเงินสดก็จะมีผู้มาพิจารณาเงินเดือนของคุณอยู่แล้ว และเมื่อคุณได้บัตรมาหน้าที่การพิจารณาก็จะตกมาเป็นหน้าที่ของคุณ ก่อนนำบัตรไปใช้ในแต่ละครั้ง คุณควรพิจารณารายได้ของคุณว่ามีเท่าไหร่ ต่อไปภายหน้าคุณมีโอกาสได้รับเงินเดือนขึ้นหรือไม่ หากเงินเดือนขึ้นจะขึ้นเมื่อไหร่เดือนไหน คุณจะต้องวางแผนล่วงหน้าให้ดี เมื่อคุณได้รายได้มาเมื่อหักลบค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้วจะเพียงพอต่อการผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในแต่ละเดือนหรือไม่ ถ้าคุณวางแผนดีก็จะไม่กระทบกับเงินส่วนอื่นๆ 3.ดูความจำเป็น สิ่งหนึ่งที่ผู้มีบัตรกดเงินสด ไม่ควรกระทำอย่างยิ่งเลยหากไม่ได้เดือดร้อนและเป็นเรื่องฉุกเฉินจริงๆ ก็ขอแนะนำว่าไม่ควรกดเงินสดจากบัตรมาใช้ ถ้าหากจำเป็นต้องใช้ คุณจะต้องมีการคิดคำนวณล่วงหน้าแบ่งส่วนเงินรายได้เพื่อจ่ายชำระคืนให้ดี […]

person bft-user25access_time 17/11/2015launch Read More

พฤติกรรมพลาดๆ ทีไม่ควรทำสำหรับมนุษย์เงินเดือน

ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ มีคำเตือนว่า มนุษย์เงินเดือนที่มั่นคงในการงานหน้าที่อยู่แล้วก็ไม่ควรจะสละตำแหน่งไปไหน เพราะถ้าจะพูดไปแล้ว การเป็นพนักงานเงินเดือน ย่อมสามารถการันตีรายได้ที่มั่นคง ตัวเลขที่แน่นอน ที่จะเข้าบัญชีเป็นประจำได้ทุกเดือนอยู่แล้ว แต่ทำไมมนุษย์เงินกลับไม่แฮปปี้กับเงินเดือนที่ได้รับ นั่นก็เพราะ พฤติกรรมพลาด ๆ ของมนุษย์เงินเดือนที่ก่อให้เกิดปัญหาสภาวะที่เรียกว่า ชักหน้า ไม่ถึงหลัง… ต้นเดือนรับเงินเห็นตัวเลขเต็มอยู่ในสมุดบัญชี แต่ก็รู้ว่าเงินก้อนนั้นใช้ไม่ได้ เพราะมีค่าใช้จ่ายรออยู่แล้ว บ้างก็ไม่ทันจะกลางเดือนเงินก็หมดเสียแล้ว จะว่าไปแล้วมีพฤติกรรมหลายอย่างที่ถือว่าเป็นพฤติกรรมพลาด ๆ ที่ไม่ควรทำสำหรับมนุษย์เงินเดือน เช่น การแข่งขันกันเรื่องแฟชั่น วัตถุนิยม รวมถึง รสนิยมในการซื้อ -ใช้ ข้าวของในชีวิตประจำวัน ในท่ามกลางเพื่อนที่ทำงานร่วมกันในออฟฟิศ โดยยึดหลักที่ว่า “ไม่ยอมน้อยหน้าไปกว่ากัน” การเป็นหนี้บัตรเครดิต เพราะไม่อาจจะระงับการใช้จ่ายได้ตามความจำกัดของตัวเอง มักจะคิดว่า ซื้อมาใช้ก่อนแล้วค่อยจ่ายทีหลัง และการเป็นหนี้บัตรเครดิตของมนุษย์เงินเดือนมักจะพบว่า เป็นหนี้บัตรเต็มวงเงินมากกว่า 1 บัตรเครดิตและเลือกที่จะจ่ายขั้นต่ำแทนจ่ายเต็มจำนวน การกินข้าวนอกบ้าน สังสรรค์หลังเลิกงานบ่อยครั้ง ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในพฤติกรรมพลาด ๆ ที่ไม่ควรทำสำหรับมนุษย์เงินเดือน เพราะมิใช่ทางแห่งการประหยัดแต่เป็นค่าใช้จ่ายที่แฝงความฟุ่มเฟือยเอาไว้ จนทำให้เงินไม่พอใช้จนกระทั่งสิ้นเดือน การเป็นหนี้อสังหาริมทรัพย์ / สังหาริมทรัพย์ จนไม่พอเหลือค่าใช้จ่ายจำเป็นสำหรับเรื่องอื่นๆ พฤติกรรมพลาดที่มนุษย์เงินเดือนไม่ควรทำ ความจริงการเป็นหนี้อสังหาริมทรัพย์เช่น การซื้อบ้าน แม้บางคนจะให้นิยามว่า […]

person bft-user25access_time 17/11/2015launch Read More

บัตรเครดิต กับบัตรกดเงินสดแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน

หลายคนที่ทำงานประจำและไม่ประจำก็มักจะต้องมีบัตรสองประเภทนี้พกติดตัวอยู่เสมอ เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน ถ้ามีคนมาถามคุณว่าบัตรเครดิต กับบัตรกดเงินสดแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน น้อยคนนักที่จะตอบได้ว่าบัตรแบบไหนดีกว่ากัน หากจะเปรียบเทียบว่าบัตรเครดิต กับบัตรกดเงินสดแบบไหนคุ้มค่ากว่ากันก็คงเป็นเรื่องที่ยากจะตอบ แต่อยากจะให้ข้อคิดกับคุณผู้อ่านทั้งหลาวว่า บัตรกดเงินสด เมื่อถือไว้ก็จะอุ่นใจได้ระดับหนึ่ง เหมือนกับว่าเราสามารถกู้เงินได้ตลอดเวลา หากต้องการใช้เมื่อไรก็สามารถกดเงินจากบัตรออกมาใช้ได้ทันที แต่ทันทีที่กดเงินสดออกมา ธนาคารจะเริ่มคิดอัตราดอกเบี้ยในแต่ละวัน จนกว่าคุณจะจ่ายเงินคืนธนาคารครบ ซึ่งหากเป็นการกดเงินสดธรรมดาบัตรเครดิตก็สามารถทำได้ และต้องเสียอัตราดอกเบี้ยเดียวกับบัตรกดเงินสดด้วย นอกจากนี้บัตรเครดิตยังสามารถผ่อนสินค้า 0% ได้ตามแต่โปรโมชั่นที่ธนาคารกำหนดด้วย ซึ่งบัตรกดเงินสดมักทำในส่วนนี้ไม่ได้ และนอกจากการผ่อนสินค้าแล้ว ยังมีสิทธิพิเศษอีกมากมายที่ผู้ถือบัตรเครดิตสามารถรับสิทธิพิเศษนี้ได้ แต่ในส่วนของบัตรกดเงินสดหากใช้ผ่อนสินค้าก็มักจะต้องเสียดอกเบี้ยตามที่ธนาคารกำหนด และสิทธิพิเศษที่ได้รับก็แทบจะไม่มีให้เห็นเลย จากข้อมูลเปรียบเทียบว่าบัตรเครดิต กับบัตรกดเงินสดแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน ซึ่งถ้าให้แนะนำคงแนะนำได้ว่า บัตรเครดิตใบเดียวก็สามารถใช้แทนบัตรกดเงินสดได้แล้ว และยังได้สิทธิพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิพิเศษการส่งเสริมการขายต่างๆ สิทธิสะสมแต้มแลกของรางวัล สิทธิพิเศษสำหรับแลกไมล์สายการบินต่างๆ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพกบัตรกดเงินสดติดตัวไว้ เพราะถ้าหากบัตรกดเงินสดหาย คนที่เก็บได้สามารถเอาไปรูดซื้อสินค้าต่างๆได้โดยที่เจ้าของยังไม่รู้เรื่อง ดังนั้นการพกบัตรเครดิตเพียงใบเดียวก็สามารถใช้งานได้ครอบคลุมแล้ว หากไม่ต้องการเสียดอกเบี้ยในการกดเงินสดละจะทำอย่างไร? ง่ายก็แค่ไม่ต้องใช้บัตรเครดิตกดเงินสด โดยอาจหันไปใช้บัตร ATM แทน ซึ่งเป็นบัตรสำหรับกดเงินสดโดยเฉพาะ โดยมีข้อแม้ว่าในบัญชีของคุณจะต้องมียอดเงินมากกว่าหรือเท่ากับจำนวนเงินที่จะกด เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในการกดเงินสดแล้ว ด้วยเทคนิคง่ายๆแบบนี้ คุณเองก็สามารถทำได้ เพื่อที่จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในการกดเงิน แถมยังให้บัตรเครดิตช่วยสะสมแต้ม ซึ่งคุณจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย

person bft-user25access_time 17/11/2015launch Read More

ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง

สำหรับผู้ที่ทำงานประจำคงจะเจอปัญหาเรื่องภาษีกันบ่อยพอสมควร ยิ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงด้วยแล้ว ภาษีที่จ่ายไปนั้นต่อปีก็ไม่น้อยเลยทีเดียว บางคนอาจจะมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เยอะ บางครั้งอาจจะอยากให้ภาษีที่จ่ายไปนั้นลดหย่อนได้บ้าง ซึ่งก็มีหลายอย่างที่สามารถเอามาลดหย่อนภาษีได้ เช่น ค่าเลี้ยงดูบุตร ผ่อนบ้าน ซื้อประกันชีวิต เลี้ยงดูพ่อแม่ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่ก็มีอีกวิธีการหนึ่งที่พนักงานประจำอย่างพวกเรานิยมใช้กันนั่นคือการซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ กองทุนที่ใช้ลดหย่อนภาษีคือ LTF และRMF ซึ่งมาดูความแตกต่างของสองกองทุนนี้เลยค่ะ ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี LTF คือ Long Term Equity หรือที่เรานิยมเรียกกันว่า กองทุนรวมหุ้นระยะยาวที่เน้นการลงทุนในหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไม่น้อยกว่า 65 % ของมูลค่าสุทธิของกองทุน ผู้ที่ถือหุ้นชนิดนั้นจะต้องซื้อและถือหุ้นไปให้ครบ5 ปี พ.ศ. จากนั้นจึงจะขายได้ กองทุนตัวนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจลงทุน แต่ไม่มีความรู้เรื่องหุ้นมาเท่าไรนัก การลงทุนแบบนี้จึงจะเหมาะสม ซึ่งผู้ลงทุนเองจะต้องเข้าใจและยอมรับเงื่อนไขในการลงทุนได้ ผู้ลงทุนสามารถที่จะลงทุนได้ทุนมากที่สุดไม่เกิน15 % ของรายได้รวมทั้งปี ซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี RMF คือ Retirement Mutual Fund หรือที่เรานิยมเรียกกันว่ากองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่เน้นไปให้ผู้ซื้อนั้นออมเงินไว้ใช้เมือเกษียณอายุ ซึ่งลักษณะก็จะคล้ายกับกองทุนบำเหน็จบำนาญของภาครัฐนั้นเอง และเป็นกองทุนที่สนับสนุนเรื่องสิทธิด้านภาษี คือเมื่อท่านมีการลงทุนในกองทุนนี้แล้วนั้นท่านสามารถที่จะนำมาเพื่อเป็นการลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งกองทุนประเภทนี้จะเหมาะกับ ผู้ที่เป็นลูกจ้างที่ทางบริษัทไม่มีสวัสดิการด้านนี้ให้ หรือผู้ที่มีอาชีพอิสระที่ต้องการจะเก็บเงินเพื่อนำไปใช้ในช่วงเกษียณอายุ […]

person bft-user25access_time 17/11/2015launch Read More

ฝากเงินที่ไหนดี

กว่าจะเก็บเงินได้ไม่ใช่ง่ายๆแต่พอเมื่อเก็บเงินหรือมีเงินเก็บแล้วต้องมาปวดหัวตรงที่มีเงินแล้วจะฝากเงินที่ไหนดี หันไปมองอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ก็ถึงกับต้องตะลึงว่าตาฝาดไปรึเปล่าบางแห่งสลึงเดียวขอย้ำสลึงเดียวฝากทั้งปี100บาทให้ดอกเบี้ยมาสลึงเดียวจริงๆ ยุคดอกเบี้ยเงินฝากต่ำแบบนี้ก็ต้องทำใจสำหรับคนมีเงินฝากแต่ถึงอย่างไรก็ยังพอมีทางสว่างบ้างสำหรับคำถามที่ว่าฝากเงินที่ไหนดีที่จะดีกว่าไปฝากเงินไว้กับบัญชีออมทรัพย์ในทุกวันนี้ ก่อนอื่นเลยเราต้องเห็นแล้วว่าเงินที่ฝากในบัญชีออมทรัพย์นั้นส่วนใหญ่หรือแทบทั้งหมดมักให้ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยต่ำจริงๆดังนั้นขั้นแรกก่อนที่จะคิดว่าไปฝากเงินที่ไหนดีเราจะต้องทำการชำระบัญชีที่มีอยู่ของเราให้เรียบร้อยซะก่อน อาจจะงงว่าชำระบัญชีอะไรแล้วเกี่ยวอะไรกับจะฝากเงินที่ไหนดี ที่พูดให้ชำระบัญชีก็คือโดยปกติบัญชีออมทรัพย์นี้อาจเป็นบัญชีที่เข้าเงินเดือนหรือมีเอาไว้ใช้จ่ายตั้งแต่ทำงานที่นั่นที่นี่จนเปลี่ยนงานไปหลายที่โดยเปลี่ยนที่ทำงานทีก็มีเปิดบัญชีออมทรัพย์ใหม่ไปด้วยจนลืมนับไปแล้วว่ามีกี่บัญชีซึ่งตามปกติเราคงไม่ได้มีบัญชีออมทรัพย์กันแค่บัญชีเดียวแน่และในเมื่อเห็นแล้วว่าบัญชีออมทรัพย์นั้นให้ดอกเบี้ยต่ำการมีเงินไปค้างอยู่ในบัญชีออมทรัพย์มากเกินความจำเป็นหรือไปทิ้งอยู่ในบัญชีเหล่านี้ที่เราอาจลืมไปแล้วทำให้เสียโอกาสที่จะหาผลตอบแทนที่อาจจะได้สูงกว่า เราจึงควรจัดการชำระบัญชีให้เรียบร้อยว่าเงินที่ควรอยู่ในบัญชีออมทรัพย์นั้นควรมีไว้เท่าไหร่เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายประจำวันของเราในแต่ละเดือน หลังจากที่เราได้รวบรวมเงินที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในบัญชีออมทรัพย์ได้แล้วทีนี้เราก็มาคิดต่อได้แล้วว่าจะไปฝากเงินเหล่านี้ที่ไหนดีซึ่งจะขอแนะเฉพาะการฝากเงินกับธนาคารเท่านั้นก่อนซึ่งมีให้เราเลือกทั้งฝากประจำไม่ว่าจะเป็น 3เดือน 6เดือน 1ปีเป็นต้นที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าฝากออมทรัพย์ธรรมดาแต่ต้องอย่าลืมว่าเงินฝากประจำนั้นดอกเบี้ยที่ได้รับต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก15%แต่ถึงแม้ถูกหักไปแล้วผลตอบแทนที่ได้รับก็ยังสูงกว่าไปฝากออมทรัพย์ธรรมดา ส่วนใครที่ไม่อยากฝากเงินแบบประจำเพราะไม่แน่ใจว่าจะต้องมีการใช้เงินด่วนรึเปล่าก็สามารถไปฝากเงินออมทรัพย์แบบพิเศษที่เดี๋ยวนี้มีแทบทุกธนาคารและไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเหมือนฝากประจำซึ่งชื่ออาจเรียกแตกต่างกันไปแต่โดยรวมก็ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ธรรมดาแค่อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเช่นต้องมีเงินฝากอยู่ในบัญชีขั้นต่ำเท่าไหร่เช่น5000บาทหรือกำหนดเงื่อนไขว่าสามารถถอนเงินได้ไม่เกินกี่ครั้งต่อเดือน เป็นต้น จริงๆการมีเงินแล้วจะฝากที่ไหนดีนั้นยังสามารถนำไปฝากได้อีกหลายรูปแบบซึ่งแต่ละแบบก็จะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันและความเสี่ยงก็อาจไม่เหมือนกันด้วย การที่เราได้เริ่มทำการชำระบัญชีที่ได้พูดถึงไปและได้เริ่มไปฝากเงินกับบัญชีที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่เราได้รับอยู่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่ต่อไปถ้าเรามีเงินเก็บเพิ่มมากขึ้นเราก็จะพร้อมนำเงินเหล่านั้นไปหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้ต่อไป….

person bft-user25access_time 17/11/2015launch Read More

บัตรเดบิตคือบัตรอะไร

หากคุณไม่เคยเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร หรือเคยเปิดแล้ว เมื่อตอนไปเปิดพนักงานจะถามคุณว่าต้องการทำบัตรด้วยมั้ย ต้องการบัตร ATM หรือบัตรเดบิต บัตร ATM เป็นบัตรที่ใช้สำหรับทำธุรกรรมจากตู้ ATM จากบัญชีของคุณ และไม่สามารถใช้รูดซื้อของได้ สามารถกำหนดวงเงินสูงสุดที่จะทำธุรกรรมภายใน 1 วันได้ ทั้งจ่าย โอน หรือจะถอนก็ได้ ส่วนบัตรเดบิตคือบัตรอะไร? คือบัตรที่ใช้งานคล้ายๆบัตร ATM สามารถทำธุรกรรมจากตู้ ATM จากบัญชีของคุณ สามารถกำหนดวงเงินสูงสุดที่จะทำธุรกรรมภายใน 1 วันได้ ทั้งจ่าย โอน หรือจะถอนก็ได้ และสามารถใช้รูดซื้อของได้เหมือนบัตรเครดิตอีกด้วย แต่ในการรูดซื้อของนั้นจะต้องมียอดเงินคงเหลือในบัญชีไม่น้อยกว่าจำนวนเงินที่จะรูดซื้อของด้วย และยังมีข้อดีในการกำหนดวงเงินเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นนำไปรูดซื้อของในกรณีที่บัตรหายได้อีกด้วย บัตรเดบิตของแต่ละธนาคารก็มีข้อดีข้อเสีย และสิทธิประโยชน์ต่างกัน เช่น บัตรเดบิตเครือธนาคารสีเขียวจะเน้นโปรโมชั่นดูหนังเป็นหลัก หรือบัตรเดบิตของธนาคารดอกบัวจะเน้นโปรโมชั่นร้านอาหารเป็นหลัก ส่วนบัตรเดบิตแต่ละใบจะมีเอกลักษณ์ต่างๆกัน เช่น บางใบจะสามารถใช้เติมเงินแทนบัตรรถไฟฟ้าได้ หรือบางใบจะสามารถใส่รูปที่ต้องการลงบนบัตรได้ด้วย บัตรเดบิตแต่ละประเภทส่วนมากจะมีค่าธรรมเนียมรายปีที่แตกต่างกันตามที่ธนาคารกำหนด….และนี่คือข้อมูลเบื้องต้นที่ควรรู้ว่าบัตรเดบิตคือบัตรอะไร แล้วสมัยนี้ยังมีบัตร ATM อยู่หรือไม่? คำตอบคือ บัตรที่ธนาคารออกให้เมื่อคุณเปิดบัญชีโดยมากมักจะเป็นบัตรเดบิต เนื่องจากบัตรเดบิตให้ความสะดวกในการรูดซื้อสินค้าที่บัตร ATM แบบเดิมทำไม่ได้ แล้วถ้าไม่ต้องการรูดซื้อสินค้าละ? คุณก็สามารถกำหนดวงเงินในการชำระสินค้าผ่านบัตรเดบิตเป็น 0 บาทได้ […]

person bft-user25access_time 17/11/2015launch Read More

มือใหม่ลงทุนอย่างมั่นใจ

การลงทุนก็เหมือนกับการเดินทางที่เราเป็นนักลงทุนมือใหม่ ก้าวแรกของการออกเดินทางก็คือการสำรวจตัวเอง ทำความเข้าใจรู้จักกับตนเองอย่างถึงที่สุด รวมถึงการศึกษาเส้นทางซึ่งไม่ต่างจากวิธีการลงทุนของนักลงทุนมือใหม่ -การสำรวจตัวเอง ในด้านความแรกด้านศักยภาพ   ความพร้อมในสถานะทางการเงินของนักลงทุนมือใหม่ อายุและความสามารถในการหารายได้ของแต่ละคนอาจจะสวนทางกันกับเลขอายุทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยการดำรงชีวิต มีคนอายุจำนวนมากที่มีรายได้สูงกว่าคนอายุมากนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้นักลงทุนมือใหม่มีแรงกระตุ้นที่อยากจะลุกขึ้นมาลงทุนหารายได้เสริมนอกเหนือจากสิ่งที่มีอยู่ แต่ก่อนที่มือใหม่อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ จะเดินหน้าเข้าสู่วงการก็ต้องเตรียมความพร้อมกันให้ดีเสียก่อนสร้างความมั่นใจให้ตนเอง เงิน เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดสำหรับนักลงทุนมือใหม่ เราจะต้องมีเงินก้อนใว้คราว ๆ จำนวนสองก้อนที่จะนำมาลงทุน ก้อนแรกเอาไว้ใช้สำหรับลงทุนโดยเฉพาะ ก้อนที่สองเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น เงินก้อนที่สองจะช่วย ให้ราอุ่นใจได้หากมีเหตุจำเป็นในยามคับขันและเงินที่นำมาลงทุนในทุกรูปแบบควรจะเป็นเงินที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้เราทีหลัง เงินพร้อมก็วางแผนระยะเวลาในการลงทุนซึ่งไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือใครก็ตามจะต้องวางเป้าหมายในระยะเวลาให้ชัดเจนเพื่อเราจะจัดการกับวิธีการลงทุนได้อย่างมั่นใจ เมื่อวางเป้าหมายในระยะเวลาก็ศึกษาถึงเส้นทางการลงทุน สำหรับมือใหม่ คุณรู้หรือไม่การฝากเงินในธนาคารก็เป็นการลงทุนชนิดหนึ่งและหลายคนก็มีความมั่นในใจเพราะความเสี่ยงต่ำแต่ค่าตอบแทนก็น้อยตามไปด้วย การลงทุนที่มีค่าตอบแทนสูงความเสี่ยงยอมสูงขึ้นตามค่าตอบแทน เริ่มจาก พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ หุ้นกู้หุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ การลงทุนใน “อนุพันธ์” ฟิวเจอร์สออปชั่น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ การลงทุนทุกอย่างล้วนแต่มีความเสี่ยงขึ้นอยู่กับผู้ลงทุนทั้งหลายจะสามารถยอมรับความเสี่ยงนั้นได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อเป้าหมายชัดเจนความมั่นใจเต็มร้อยก็เริ่มลงทุนกันเลย ลงทุนได้อย่างมั่นใจไปพร้อมกับการยอมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นและในขณะเดียวกันก็ศึกษาการผันแปรของสภาพทางเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย เมื่อนักลงทุนมือใหม่ได้ออกเดินทางกันแล้วเจอเหตุการณ์หลากหลายรูปแบบก็จะทำให้มีประสบการที่ดีที่เป็นบทเรียนที่จะทำให้การทุนในอนาคตเป็นเรื่องง่าย นักลงทุนมือก็ลงทุนได้อย่างมั่นใจในความสามารถของตนเอง การลงทุนที่มีความสี่ยงแต่การไม่ลงทุนนั้นมีความเสี่ยงมากกว่าลงทุน หากนักลงทุนมือใหม่มีความมั่นใจเต็มร้อยแล้วความเสี่ยงใดใดที่จะเกิดขึ้นอาจจะขึ้นน้อยกว่าความมั่นใจ

person bft-user25access_time 17/11/2015launch Read More

วงเงินสแตนด์บายแคช

หากกล่าวถึงวงเงินสินเชื่อสำหรับบุคคลธรรมดา สถาบันการเงินโดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ ต่างนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มเป้าหมายประเภทบุคคลธรรมดาให้ได้มากที่สุด ทำให้ปัจจุบัน มีวงเงินสินเชื่อหลายประเภทให้บุคคลธรรมดาได้เลือกใช้บริการ  และ “วงเงินสแตนด์บายแคช ” ก็เป็นวงเงินสินเชื่อประเภทหนึ่งในหลายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวงเงินสินเชื่อสำหรับบุคคลธรรมดา วงเงินสแตนด์บายแคช เป็นวงเงินสินเชื่อประเภทบัตรกดเงินสด ที่สถาบันการเงิน(ธนาคารพาณิชย์) ได้ให้เครดิตวงเงินกู้จำนวนหนึ่งแก่ผู้สมัครใช้บริการ เพื่อใช้เป็นเงินสำรองใช้ในยามฉุกเฉิน (การรักษาพยาบาล   ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงรถ ซ่อมบ้าน กรณีฉุกเฉิน) หรือ ใช้ในโอกาสพิเศษต่าง ๆ (การมอบของขวัญให้แก่คนรัก ใช้เพื่อการท่องเที่ยว )   อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ในการใช้จ่ายก็ขึ้นกับผู้ใช้บริการเป็นหลัก วงเงินสแตนด์บายแคช เป็นวงเงินที่คล้ายกับ วงเงิน Speedy Cash , วงเงิน Cash Plus , วงเงิน Ready Credit   วงเงิน Express Cash หรือ วงเงิน Cash Revolve ซึ่งต่างก็เป็นบัตรกดเงินสดที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ด้วยกันทั้งสิ้น ลักษณะของ วงเงินสแตนด์บายแคช มีประเด็นหลัก ๆ ดังนี้ จำนวนเงินกู้ที่ได้รับจะอ้างอิงจากเงินเดือนของผู้สมัครใช้บริการ   โดยวงเงินสูงสุดจะไม่เกิน […]

person bft-user25access_time 17/11/2015launch Read More

บัตรกดเงินสด KTC

บัตรกดเงินสด KTC หรืออีกชื่อนั่นคือ บัตรสินเชื่อ KTC PROUD คือบัตรที่สามารถกดเงินสดได้จากตู้ ATM โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการเบิกถอน เพื่อให้คุณมีเงินสดสำรองพร้อมใช้ในยามฉุกเฉิน บัตรจะมีวงเงินอนุมัติขั้นต่ำอยู่ที่ 10,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน บัตรกดเงินสด KTC ตอบโจทย์การใช้จ่าย โอนเงินก้อนแรกเข้าธนาคารรวดเร็วหลังอนุมัติ(ประมาณ 5 – 6 วัน) แม้คุณจะใช้จนวงเงินเต็มชีวิตคุณก็จะไม่มีสะดุด แค่คุณรีบไปชำระค่างวด ง่ายๆที่หรือที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ใน 7-Eleven วงเงินคุณก็จะกลับมาและคุณก็สามารถกดเงินได้ทันที เป็นยังไงล่ะ น่าสนใจใช่ไหม แต่อย่าเพิ่งรีบร้อนสมัครนะ เราอยากให้ดูรายละเอียดกันอีกสักหน่อย อัตราดอกเบี้ยของ บัตรกดเงินสด KTC จะเป็นบริการแบ่งชำระ FLEXI ซึ่งใช้วิธีคิดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ เริ่มต้นที่ 0.99 % ต่อเดือน สามารถแบ่งชำระได้นานสูงสุดถึง 36 เดือนเชียวนะ การผ่อนชำระขั้นต่ำก็อยู่ที่ 3 % หรือ 300 บาท อีกทั้งค่าธรรมเนียมก็ฟรี ที่สำคัญ […]

person bft-user25access_time 17/11/2015launch Read More